นายปิศาจ ปรากฎตัวขึ้นมาแล้ว

กาย เอาน้ำเป็บซี่มายื่นให้ฉันที่โต๊ะอาหารที่ฉันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

หลังจากที่ น้องกายสุดหล่อยืนยันว่าจะขอเลี้ยงน้ำฉันสักแก้ว

ยิ่งมองใกล้ ๆ กายยิ่งเหมือนกี้แต่รู้สึกว่าเขาจะมีเสน่ห์ใช่ย่อย

สังเกตุดูรอบตัวหญิงแท้ ชายเทียมต่างมองเขาด้วยความสนใจ

แต่พอมองมายังที่ตัวฉันทำไมพวกมันต้องสายตา ประมาณว่า ไม่คู่ควร ดูถูก ดูหมิ่น เหยียบย่ำ

ทำไมฮ้า คนอย่างพัดชามันไม่มีอะไรน่ามองขนาดนั้นรึงัยไอ้พวกขี้อิจฉา เชอะ!

แล้ว พ่อน้องสุดหล่อก็ยื่นน้ำมาให้พร้อมกับรอยยิ้มบาดจิตบาดใจ

อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยร้อยทั้งร้อยผู้หญิงมีหนุ่มหล่อมาเอาใจ

แม้จะไม่ ได้คิดอะไรเป็นพิเศษก็อดยืดไม่ได้หรอกย่ะ 555

ฉัน ยื่นมือไปรับก่อนจะขอบใจที่เขามีน้ำใจที่เลี้ยงน้ำ

แค่แก้วละสิบบาท ทำไมต้องคิดมากมายเหมือนเป็นบุญคุณท่วมหัวด้วยหว่า

ยัยทรายเอ้ยติ้งต๊องใหญ่แล้วทำไมต้องทำหน้าเหมือนกิ้งก่าได้ทองซะขนาดนี้

ฉันเริ่มไม่เข้าใจตัวเองแล้วสิ แต่ก่อนที่จะบ้า (ผู้ชาย) ไปมากกว่านี้เข้าเรื่องเลยดีกว่า

ว่าแต่กายมีธุระอะไรกับพี่เหรอถึงต้องออกมาคุยที่นี่

กายยิ้มสดใสดูคล้ายกับเขาขำอะไรอยู่ถ้าฉันเดาไม่ผิด ขำไรวะ?

นี่พี่จำผมไม่ได้จริงๆ เหรอฮะพี่ทราย

ฉันเงยหน้าขึ้นพยายามนึกแต่ก็นึกไม่ออกว่าฉันเคยไปรู้จักคนหน้าตาดีมีชาติ ตระกูลแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

นึกแล้วนึกอีก ฉันส่ายหัวปฏิเสธ

จำไม่ได้อะน้องกาย

เฉลยเหอะพี่ขี้เกียจใช้สมอง(ที่ไม่ค่อยจะมีรอยหยัก) เยอะ นึกไม่ออกจริงๆ

พี่นี่ชอบทำอะไรน่ารักอยู่เรื่อยเลย

อยู่ดีดีมาชมกันฉันเขินนะยะ ฉันเลยแกล้งก้มลงดูดน้ำในแก้วซะเลย

กายหัวเราะ ก่อนจะมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง

พี่จำพี่กี้ได้หรือเปล่าอะ

หยุดให้คิดนิดนึง

ที่เป็นพาสเนอร์พี่สมัยมัธยมต้นงัย จำได้รึยัง?”

อย่า เข้าใจผิดนะคะทุกท่านพาสเนอร์ที่พูดถึงเนี่ยหมายถึงคู่เต้นไม่ใช่หมายถึงคู่ อย่างอื่น

แล้วนั่นแหละมันทำให้ฉันต้องขี่ไทม์แมกซีนย้อนกลับไปในอดีต

เหมือนคนแก่กำลังระลึกชาติเลยแฮะเรา แล้วภาพเก่า ๆ ก็ลอยเข้ามา

คุณคงไม่อยากเชื่อคนเห่ยๆอย่างฉันจะโดนท่านแม่พาเข้าเรียนลีลาศตั้งแต่เข้า ประถม

เพราะความอยากให้ลูกดูดีมีบุคลิกภาพอันโดดเด่น เป็นชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูล เป็นเกียรติ ของเรา

และฉันก็ทำได้ดีด้วยสิ หุหุ

นั่นทำให้ฉันต้องจับคู่กับนายกี้ที่เข้าไปฝึกพร้อมกัน เราฝึกซ้อมลีลาศกันตั้งแต่ประถมยันมัธยมต้น

การที่รู้จักและสนิทกันซ้อมเต้นกันทุกวันมันทำให้ฉันกับกี้เข้าขากันได้ดีใน เรื่องของการเต้นลีลาศ

ชะชะช่า รุมบ้า แธ้งค์โก้ วอลด์อันสง่างาม ไม่ว่าจังหวะไหนได้หมดจนทำให้เราทั้งคู่กวาดเหรียญการประกวด

ทั้งกีฬาโรงเรียน กีฬาระหว่างอำเภอ กีฬาจังหวัด และสูงสุดคือกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

เราทั้งคู่เคยคิดว่าจะเต้นไปเรื่อย ๆ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ ระดับโลก (เว่อร์เข้าไปนั่น) จน กว่าจะเรียนจบ

แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันเมื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ เกิดขึ้นซะก่อน

เหตุการณ์วันนั้นมันทำให้ฉันหยุดประกวดเต้นลีลาศมาจนถึงเดี๋ยวนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนที่วันนี้ก็ไม่อาจลืมได้เลย

กี้ประสบอุบัติเหตุขณะนั้นเราอยู่มัธยมปี่ที่ 3

เขา ล้มหัวฟาดพื้นตอนชั่วโมงพลศึกษาที่โรงเรียนแต่ตอนนั้นมันไม่มีอาการ บ่งบอกว่าทุกอย่างจะเลวร้าย

เพราะเขาก็ลุกขึ้นมาได้อย่างปกติ ซึ่งเราสองคนก็ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงอะไรจึงไม่ได้บอกผู้ใหญ่

ใครจะไปรู้ว่าเหตุการณ์นั่นมันจะทำให้เขาเลือดคั่งในสมองอย่างรุนแรง

แล้วนายนั่นก็ทิ้งฉัน ทิ้งความฝันของเราทั้งคู่ไป โดยไม่มีวันหวนกลับมาอีกเลย

ฉันร้องไห้เสียใจอยู่ตั้งนานจะเรียกว่าช็อคก็คงใช่

แล้วพอเลยงานศพของกี้มาไม่นานฉันก็ประกาศตัวว่าจะไม่เต้นกีฬาลีลาศอีกแล้ว

ซึ่งท่านแม่ผู้แสนใจดีก็ไม่ว่าอะไร เพราะท่านคงเข้าใจกับการสูญเสียเพื่อนคนสำคัญไปอย่างไม่ทันตั้งตัว

นายมันขี้โกงที่ทิ้งฉันไว้นายกี้

อื้ม

นึกออกแล้ว นายที่แต่ก่อนเคยตามพวกเราไปที่สนามซ้อมบ่อย ๆ ใช่ไหม? ”

กายยิ้มออกเมื่อฉันเริ่มมั่นใจและจำเขาได้

นี่ยิ่งนายยิ้มยิ่งเหมือนกี้เขานะเนี่ย

ฉันรู้สึกสนิทกับเขาเพิ่มมากขึ้นเมื่อความจำเก่า ๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง

ขอโทษ ผมคือผม ไม่ใช่ตัวแทนของใค

ฉึก ฉันอดยิ้มโดยอัตโนมัติ เหมือนโดนตีแสกหน้า หน้าแหกเลยตู เจ้านี่ทำไมได้ทำหน้าตาเย็นชาได้ขนาดนี้

ฉันถึงได้สำนึกได้ว่าเขาไม่มีวันที่จะเหมือนกี้ที่แสนใจดีและมีรอยยิ้มให้ ฉันเสมอได้หรอก

คิดแล้วเสียอารมณ์

เอาหล่ะว่ามานายมีอะไรให้พี่คนนี้ช่วย

เรื่องที่ผมให้พี่ช่วยมันไม่ยากหรอก

ทำไมไอ้เด็กเวรนี่มันชอบหยุดใช้สายตามองมาแบบนี้นะ

พี่ช่วยมาเป็นคู่เต้นให้ผมสักครั้งได้หรือเปล่าฮะพี่ทราย พรวด!

น้ำเป๊บซี่ออกจมูกทันทีที่จบประโยคและส่วนหนึ่งอยู่บนหน้าน้องกาย

ตายแน่ ๆ เลยตู มันจะฆ่าฉันทิ้งไหมนี่

นายกายเช็ดหน้าที่มีแต่น้ำกระจายทั่วใบหน้า

ผมยังไม่อยากล้างหน้านะฮะพี่สาว

เขารีบยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ฉัน

ขอบใจ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำนายเปื้อน

แหะ ๆ ๆ

ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่ก็ได้ชดใช้เองแหละ

ฝันไปเหอะไอ้น้องเวร ฉัน เช็ดรอยซุ่มซ่ามที่ตัวเองทำไว้เมื่อครู่อดอายผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ที่สำลักน้ำ

ซะเต็มปอด ก่อนจะถอนใจออกมาเมื่อรู้คำตอบอยู่แก่ใจว่าสิ่งที่กายขอร้องมา

กาย คือพี่บอกตามตรงพี่ไม่ได้แตะมันอีกเลยตั้งแต่ที่กี้จากไป

ฉันทำท่าหดหู่ เศร้า หงอย ให้เขาเชื่อ ก็มันจริงนี่ฉันไม่ได้ประกวดอะไรเลยตั้งแต่กี้เสียไป

เอาอีกและมันมองอย่างนี้อีกและไม่ชอบเลย

พี่โกหกอะ ผมเห็นพี่ไปที่โรงเรียนสอนเด็กให้ครูอ้อเป็นประจำ

เฮ้ย! ไอ้เด็กนี่มันตามสะกดรอยฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ ใครอนุญาติมันเนี่ย

ถึงจะหน้าตาดีแต่ใจฉานไม่ได้ดีเหมือนหน้าตาด้วยนะโว้ยไอ้น้อง

ผมแค่ไปหาครูอ้อ บังเอิญไปเจอพี่อ่ะเลยถามครูอ้อว่าพี่เป็นใคร? ครูเลยเล่าให้ฟัง

ผมเลยได้รู้ความจริงว่าพี่คือพี่สาวคนนั้นน่ะเอง ไม่ได้สะกดรอยตามซะหน่อย

เฮ้ย ฉันไม่ได้พูดประโยคนั้นออกไปทำไมมันรู้ฟะว่าเราคิดยังไง

เจ้านี่นอกจากจะหล่อเฉียบแล้วยังอ่านใจคนออกอีก

อารมณ์เดือดเมื่อครู่เริ่มลดลงเมื่อหนุ่มน้อยบอกเหตุผลที่บังเอิญเจอฉัน

เดือนหน้าจะคัดตัวแทนนักกีฬาลีลาศของมหาวิทยาลัยเรา

จ้องตาอีกและจะพูดอะไรก็พูดดิ

บังเอิญพาสเนอร์ผมเขาไปเรียนเมืองนอก ผมเลยไม่มีคู่พี่มาเป็นคู่ให้ผมหน่อยนะ

แล้วนายนั่นก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ฉัน พลันสายตามันก็เปลี่ยนจากเมื่อครู่ไปลิบลับ

ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่เคยให้สัญญาอะไรกับพี่กี้ไว้

ซาตาน ชัด ๆ เลยนายนี่ จากหนุ่มน้อยหน้าใสทำไมกลายเป็นปิศาจ

พลันคำสัญญากับเพื่อนเลิฟก็ดังก้องขึ้นในโสตประสาทยังกับรู้ว่าควรจะดังตอนไหน

ทราย สัญญากับเราได้หรือเปล่า

เสียงแหบโหยของกี้ที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียงโรงพยาบาลดังมาอีกรอบ

ว่าอะไรหล่ะกี้ ถ้าทำได้เราทำให้นายหมดแหละ

ตอนนั้นฉันฝืนยิ้มกลั้นเสียงสะอื้นเต็มที่ทั้งที่น้ำตาเอ่อไหลท่วมทั้งสองตา

เพราะรู้ว่าไม่นานเพื่อนรักก็จะไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเล่นกันอีกแล้ว

ถ้าต่อไปกายอยากให้เธอเต้นคู่กับเขา ทรายสัญญานะว่าจะเป็นคู่เต้นให้กับกาย นะ สัญญานะ

แล้วที่จำได้ฉันก็หลับหูหลับตาสัญญาไปทั้งน้ำตาเพราะไม่ได้สนใจว่าวันหนึ่งจะมีใครมาทวงสัญญาบ้าบ้านี่นา

พี่คงจำได้แล้วนะ

น่านงัยเสียงนายกายโผล่มารับช่วงพอเหมาะพอเจาะกับที่ฉันระลึกชาติเสร็จ ฉันจึงลืมตาขึ้นมา

ไอ้หยา! สายตานายนี่มันทั้งคาดทั้งคั้น ทั้งบังคับเลยง่ะแล้วฉันจะทำยังไงดียัยทรายเอ๋ยโอยตายแน่ฉัน

ทำไงดีเนี่ย พ่อจ๋า แม่จ๋าช่วยลูกทรายด้วย ด้วย ด้วย -

“ “นี่นายขู่พี่เหรอ? ยังไงพี่ก็ไม่เต้นหรอก ขี้เกียจ

เธอทำหน้าตาบ้องแบ๊วใส่ผมเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย

น่ารักเป็นบ้าเลยแฮะ แต่ ยังหรอกยังไม่จบ ผมต้องทำให้เธอยอมรับข้อเสนอของผมให้ได้

ผมควักสมุดเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสะพายผม

ไม้ตายสุดท้ายขอยึดหัวใจเธอ

นั่นงัยตามคาดเธอถึงกับตะลึงอ้าปากค้างไปเลยทีเดียว

เฮ้ย!นั่นมันไดอารี่สีชมพูของฉันที่หายไปเมื่อเดือนที่แล้วนี่! มันไปอยู่กับนายได้ไง

ตายละหว่าความลับระหว่างฉันที่มีต่อเวย์ นายกายก็รู้หมดน่ะสิ แง่ๆๆๆ เด็กรังแกผู้ใหญ่

ฉันรอจังหวะที่นายนั่นหลับหูหลับตาหัวเราะอย่างผู้ชนะ กระโดดยื้อเอาสมุดไดอารีของฉันจนได้

555 ได้คืนแล้ว ไดอารีของฉาน

ฉันเอามากอดแนบอกอย่างดีใจ

ไม่เป็นไรผมถ่ายเอกสารไว้แล้ว

ไอ้ความรู้สึกอึดอัดที่ฉันไม่สามารถบอกใครได้

อ๊าย นั่นมันประโยคที่ฉันเขียนถึงเวย์นี่ นี่ไอ้เด็กบ้าแอบอ่านหมดเลยเหรอ

ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจอ่านหรอกแต่พอดีเก็บได้ที่โรงเรียนครูอ้อ จะคืนเจ้าของแต่ไม่รู้ว่าของใครเลยเปิดดู

บังเอิญ จริงๆว่าเป็นของพี่

นาย นี่มันปิศาจจริง ๆ ด้วย ไม่น่าเลยตรู

ฉันคอตกก้มลงมองไดอารีในมือหลักฐานสำคัญที่สามารถทำให้ฉันกับเวย์มองหน้ากัน ไม่ติด

เพราะถ้ากายอ่านมันเขาต้องรู้ว่าฉันกลัวที่เวย์จะรู้ความจริง

ความจริงที่ฉันแอบรักเพื่อนสนิทของตัวเอง

แล้วถ้าเขารู้ฉันไม่อยากจะคิด....ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นตามมา ฮือๆๆๆ!

นี่นาย จะแบล็คเมล์ ฉันเหรอยะไอ้เด็กบ้า

กายยักคิ้วรับ

แต่ฉันเป็นเพื่อนพี่นายนะ

อืม แล้วงัย?”

ทำได้ลงคอเหรอ?”

ฉันทำน้ำตาคลอเบ้าให้เขาสงสาร

ผลออกมาคือ ไอ้เจ้านั่นหันหลังให้ทิ้งคำสุดท้ายก่อนจะเดินจากไปอย่างผู้ชนะ

พรุ่งนี้บ่าย 3 ที่โรงเรียนครูอ้อ

ผมเช็คตารางเรียนพี่แล้วว่างตลอดบ่าย

เบอร์พี่ผมจดไว้แล้ว

นายรู้ได้งัย? ฉันไม่เคยบอกนายนี่

เขาหันกลับมาอดยิ้มไม่ได้กับไอ้คำถามซื่อบื้อที่พี่สาวถามมา

เขียนยังกับพ่อแม่เขียนติดกระเป๋าเด็กอนุบาลหลงทางให้ส่งกลับบ้านซะขนาดนั้น

พี่โตแล้วนะ 21 ปีแล้วยังทำตัวเหมือนเด็กไปได้ ชิ

จะว่าไรก็ว่าเหอะฉันไม่มีแรงโต้เถียงกับนายแล้ว นี่กี้นายจะรู้ไหมว่า น้องนาย มันโคตะระ

เจ้าเล่ห์เป็นบ้าเลย แง้

ฉันจะฆ่านาย

เรื่องงี่เง่าระหว่างเรา 2 คน

เวย์ ....ฉันชอบนายอ่ะ

……………เงียบ เป็นเป่าสาก....................เฮ้ยได้ยินรึป่าววะว่า ฉานชอบนาย ไอ้เวย์...........

เงียบอีกแล้ว มันจะไม่เงียบได้ยังงัยล่ะคะในเมื่อฉันได้แต่ตะโกนก้องอยู่ภายในใจ

โดยไม่เคย แม้แต่จะพูดออกมาให้ไอ้คนตรงหน้าได้ยินให้ระคายหูแม้แต่ครั้งเดียว

ฉันต้องย้ำกับตัวเองเสมอและย้ำมาจนถึงทุกวันนี้ 3 ปีที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย

และ 3 ปี กับความรู้สึก ชอบ แล้วก็เปลี่ยนเป็นความรักเมื่อไหร่ไม่รู้

กับชีวิตมหาวิทยาลัยที่อยู่ปี 3

ถ้าเวย์ไม่ใช่เพื่อนฉันคงจะบอกความรู้สึกของฉันให้เขารับรู้ไปแล้ว

แต่พราะไอ้คำว่าเพื่อนนี่แหละฉันกลัว

กลัวว่าถ้าฉันบอกเขาไป ความผูกพันธ์ที่มีมากมายจะหายไปกับตาถ้าเขาไม่ได้คิดบ้า ๆ อย่างที่ฉันคิดอยู่ตอนนี้

เฮ้อ ทำไมชีวิตฉันต้องเป็นอย่างนี้ด้วยน้าฉันถอนหายใจบ่นงึมงำกับตัวเอง

แต่มันก็ทำให้ใครบางคนสังเกตและก็ได้ยินเต็มสองหู

เป็นไรอ่ะทราย แกนั่งถอนใจมาเป็น 10 รอบแล้วนะ

เมื่อเช้าไม่ได้เข้าห้องน้ำเหรอ ?”

จะมีใครอีกละคะท่านผู้มีอุปปการคุณทุกท่านที่กล้าพูดเล่นกับฉันอย่างนี้

มันก็คือนายเวย์ ไอ้เวย์ หรือคุณเวย์ เพื่อน.......รัก

ซึ่งตอนนี้มันทำให้ฉันกำลังอยู่ในอาการ รัก.........เพื่อน อย่างแรง

ไอ้บ้าพูดให้มันเข้ารูหูหน่อยได้ไหมฮ้านายเวย์ คนยิ่งกลุ้ม ๆ อยู่

เฮ้อว่า แล้วฉันก็หมอบลงกับโต๊ะนั่งที่เป็นที่สิงสถิตย์ของพวกเรา

แล้วฉันก็รู้สึกขนลุกวาบขึ้นไปทั้งตัว

เมื่อมือหนัก ๆ ของเวย์แน่นอนเพราะมีฉันกะมันนั่งกันอยู่แค่สองคน คงไม่ใช่มือหมาหรอก

โอ๋ โอ๋ หมาน้อยโดโด้ อย่าเศร้าไปเลยนะจ้ะมีอะไรก็บอกพี่สิครับว่ามาสิจะรับฟัง น้าโดโด้น้อย

โปรดทราบโดโด้คือชื่อหมาตัวโปรดที่นายเวย์เลี้ยงไว้

โธ่นี่นตูคงเป็นได้แค่หมาของมันใช่ไหมเนี่ย เฮ้อ น้ำตาพาลจะไหลกับสัมผัสที่ถึงแม้เสียงจะเจือตลก

แต่ฉันก็อยากให้มันทำแบบนี้ บ่อย ๆ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งเล็ก ๆ บนโลกที่กำลังโดนโอบอุ้มอย่าง

ถนุถนอม โอ้ยๆๆ ยิ่งคิดยิ่งมีความสุข

พลั่วะ โอ้ย ไอ้เวย์เจ็บนะโว้ย

จะไม่ให้ร้องได้ยังงัยล่ะคะในเมื่อมือที่ลูบหัวทำให้ฉันเคลิบเคลิ้มอยู่ดีๆ ฟาดผัวะลงมากลางกะบาลของฉัน

ทำให้สวรรค์น้อย ๆ ที่แอบฝันอยู่เมื่อครู่ แตกกระเจิงกระจายเสียหายหมดเลย

แกหัดมีความทุกข์เป็นกับคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่กันยัยเบื้อกเอ๊ย

ไอ้เวย์บ้า ! ฉันก็คนนะยะมีความรู้สึกเป็นโว้ย แล้วตอนนี้ฉันก็รู้สึกอยากจะฆ่าแกขึ้นมาแล้วนะโว้ย

ฟาดมาได้อ้นี่

ไม่ต้องสำออยเลย ฉันตีหัวแกออกบ่อย เตะก็บ่อยทำเป็นไม่เคย

รายงานฉันเสร็จรึยังมาทำเป็นหน้าสลดอยู่ได้

นี่แหละธาตุแท้ของมันที่ไม่รู้ว่าฉันรักมันลงได้ยังไง ไอ้โหด

แต่ ก่อนที่ฉันจะตั้งท่าทะเลาะกับนายเวย์เพื่อนเฮงซวยซังกะบ๊วยต่อ ยัยเกตุ ยัยจ๋า และนายต้น สามสหาย

ซึ่งล้วนเป็นเพื่อนในคณะและกลุ่มเดียวกันกับฉันและนายปากปีจอที่ตั้ง ท่าจะอ้าปากงับหัวฉันอยู่

แต่เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ หนุ่มหล่อที่เดินมาด้วยไม่ยักกะรู้จัก

ใครหว่า? สูงขาว หน้าตาดีมากมาย สไตล์เกาหลี โอ้แม่เจ้า!!!.. พ่อแม่ให้กินอะไรถึงได้หล่อเร้าใจได้ขนาดนี้

เฮ้ย..ไอ้ทรายพาญาติมาหาว่ะ ต้นตะโกนบอกมาแต่ไกล

ไม่ยักกะรู้ว่าแกจะมีญาติหน้าตาดีกับเขาด้วยแฮะ

หืมแกว่างัยนะไอ้เวร

เออว่าแล้วฉันก็จำไม่ได้ว่าเคยมีญาติหน้าตาอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า?

แต่ก่อนที่จะเกิดสงครามน้ำลาย เจ้าชายแปลกหน้าก็เอ่ยทักทายมาก่อน

สวัสดีฮะพี่ทราย

ไอ้ท่าก้มห้วเป็นการทักทายฉันนิดหน่อยนี่มันได้ใจจริงๆ แฮะ

นอกจากหล่อแล้วเสียงมันยังกะระฆังน่าฟังดีแท้แฮะ สำนวนเชยจังเรา

หวัดดีค่ะ น้อง.........

ผมชื่อกายฮะเรียนการแสดงอยู่ปีหนึ่งฮะพี่ทราย

พอดีว่ามีเรื่องจะให้พี่ทรายช่วยหน่อยไม่ทราบพี่ทรายพอจะมีเวลาว่างคุยกับผมหรือป่าวฮะ

โอ้ ทำไมจะไม่ได้หล่ะน้องกายจ๋า นาน ๆจะมีน้องหล่อ ๆ เดินมาหากับเขาสักที

ทำให้รู้สึกอกที่แฟบๆ ก็พองโตขึ้นมา ดูสายตารอบข้างสิค้า

ตอนนี้จับตาดูคู่สนทนาอย่างฉันกับน้องกายอย่างสนใจ

และถ้าสายตาฉันไม่เข้าข้างตังเองอยู่รู้สึกถึงรัศมีความอิจฉามาแต่ไกล

ฮุ้ ฮุ้!! ตั้งแต่เกิดมาไม่เค้ยไม่เคยเลยว่าจะได้รับเกียรติและโอกาสดีดีอย่างนี้

555 แต่รักษาฟอร์มไว้ก่อนโว้ยไอ้ทรายอย่าตื่นเต้นเดี๋ยวไก่ตื่น

ว่าแล้วฉันก็เก็บอาการลิงโลดไว้ก่อนจะเข้าสู่พิธีการ

ได้จ้า ว่างัยคะมีเรื่องอะไรให้พี่ทรายช่วย

นาย นั่นเดินเข้ามา เข้ามาแล้วทำไมมันต้องจ้องตาฉันขนาดนั้นด้วยล่ะ

แล้วก็ค่อย ๆ โน้มหัวลงมา ทำไมใกล้ขนาดนี้วะ รึว่านายกำลังจะ จะ จูบ

ความลับฮะพี่ทรายไปคุยกันที่โรงอาหารดีกว่านะฮะ

เพล้ง!!! แค่ก้มลงมากระซิบโว้ย! ตู คิดอะไรอยู่เนี่ย สงสัยเมื่อคืนจะดูซีรี่ย์เยอะไป

ฉันเห็นนายกาย หนุ่มน้อยขยิบตาขวา เชื่อฉันปะมันเป็นภาพสโลโมชั่น

โอ้ะ โอ แค่นี้หัวใจดวงน้อย ๆ ของผู้หญิงทั้งหลายที่กำลังมองมาด้วยความสนใจละลายกันเป็นแถว

ได้จ้ะ

เฮ้ย! ทำไมฉันตกลงง่ายจังผิดแผนหมด กะจะเล่นตัวซักหน่อยไหงกลายเป็นอย่างนี่ไปได้วะ

อืม ยัยจ๋าฝากงานส่งอาจารย์หน่อยนะเพื่อน

เดี๋ยวมา

ฉันกำลังก้าวขาแรกเเดินออกไปแต่ก็รู้สึกได้ถึงมือหรือว่าเท้าตุ๊กแกวะคว้าหมับไม่ยอมปล่อย

หันไปก็เจอกับสายตาพิฆาต

ฉึก!!”

เห่อ ๆ ฉันลืมคนสำคัญไปได้งัยเนี่ย

แล้วงานฉันอะยัยทราย

มือไอ้เวรของเพื่อน ๆ นั่นเอง

เสร็จแล้วอยู่ในกระเป๋าเชิญนายไปเปิดเอาได้เลยย่ะ

ยัง ๆไม่จบเรื่องมันยังเกาะอยู่

ชิ่ว ชิ่ว ปล่อยดิ

ไม่ให้ไปด้วยเหรอ?”

ไม่

รู้สึกว่าคำว่าไม่ของฉันมันจะรุนแรงเกินหน้าเกินตาเกินความเป็นจริงไปหรือป่าวหว่า

รีบกลับมาหล่ะฉันมีรายงานกลุ่มให้แกช่วย

โธ่ไอ้นี่มันคิดจะใช้ฉันจนสิ้นอายุขัยเลยรึงัยฟะ

เออ เออ แล้วก็เออ ไอ้คนบ้าอำนาจ

......ฉันแยกเขี้ยวให้ก่อนที่จะเดินออกมา ประมาณว่า

ฝากไว้ก่อนเหอะไอ้เวย์

ยัย บ้านั่นเดินคู่ไปกับไอ้น้องหน้าหล่อแล้ว

ทำไมรู้สึกไม่ค่อยชอบขี้หน้าไอ้เด็กปีหนึ่งนั่นขึ้นมาซะงั้นเรา

รู้สึกว่ามันมีอะไรแอบแฝงอยู่ไม่รู้ สองคนนั่นเดิน ห่างออกไปผมเลยมีโอกาส

สอบถามไอ้สามสหายว่าเป็นงัยมางัยนายนี่ถึงโผล่มาหายัยทรายได้

แล้วทำไมเขาไม่เคยรับรู้ว่ายัยทรายรู้จักนายนี่เพราะ 6 ปีที่ผ่านมา

ผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้สักครั้งที่ผมกับยัยทรายคบกันเป็นเพื่อนมา

นี่จะมีใครที่รู้กำพืดยัยงั่งนี่ดีเท่าผมอีกเหรอ เฮ๊อ ไม่มีทาง แต่ก็อดถามตังเองกลับไม่ได้ว่าทำไมหล่ะ?

ถ้าจะมีใครสนิทกับยัยนี่มากกว่าผม

แต่ ผมก็ไม่ทันได้คำตอบเมื่อเสียงหวานๆออกแหลมปริ๊ด จนบางครั้งแอบคิดเล่น ๆ ว่าถ้าอยู่ฟังนาน ๆ

คงได้หูหนวกเป็นแน่

เสียงนั่นดังมาพร้อมกับมือคู่หนึ่งสัมผัสอยู่ที่แขนผมอย่างคุ้นเคยพร้อมกับ

เจ้าของเสียงนั่งแหมะลงมาติดกับผมอย่างไม่แคร์สายตาคนอื่น

อ้าวน้ำหวานไปไหนมาฮะ?”

ผมถามแต่ก็ไม่ได้แปลกใจมากมายที่แฟนสาวมาโผล่เอาที่โต๊ะประจำกลุ่มของพวกเรา

จะว่าแฟนก็ไม่เชิง เพราะน้ำหวานมีแฟนหลายคนเหลือเกิน ผมก็ควงเธอแก้เซ็งไปงั้นแหละ

แหมเวย์ก็...ทำอย่างกับว่าน้ำหวานไม่เคยมาที่โต๊ะเวย์ไปได้

น้ำหวานทำหางเสียงตวัดสูง ซึ่งผมคิดว่าเธอแกล้งทำมากกว่าเพราะมันก็ไม่ได้งอนจริงจังเท่าไหร่

บางทีผมก็ออกจะรำคาญกับไอ้เสียงสูงแหลมปรอทแตกนั่นแต่ก็ต้องทำใจเพราะถึง

อย่างไรดาวคณะบัญชีอย่างน้ำหวานก็ไม่ได้คบผมคนเดียวซะเมื่อไหร่

ทำให้นานๆ เธอถึงจะโผล่มาหาผมสักครั้งทำให้ผมไม่ต้องทนแสบแก้วหูเป็นเวลานาน ๆ

จนบางครั้งผมก็แปลกใจว่าทำไมไม่เคยหึงเธอคนนี้สักครั้งเวลาที่ได้เห็นเธอควง ใครต่อใคร

ซึ่งน้ำหวานอาจจะรู้กลาย ๆ ว่าเขาก็ไม่ได้จริงจังกับเธอเท่าไหร่ทำให้เธอเลือกคบกับหนุ่มคณะอื่นตามใจ ชอบประมาณว่าบริหารเสน่ห์ว่างั้นเถอะ

เห็นอาการยัยน้ำหวานแล้วฉันเลี่ยนอ่ะแก

ฉันว่าฉันไปห้องสมุดดีกว่ายัยเกตุ

ว่าแล้วยัยจ๋าก็รีบเดินออกไป

อ้าว ! เฮ้ยเกตุ จ๋าไปไหนอะ?”

ต้นทำหน้างง เพราเมื่อกี้ตอนเดินมาจ๋าบอกว่าจะกลับมาอ่านหนังสือที่โต๊ะ

ไปห้องสมุดฉันก็จะไปด้วยนายจะไปกับฉันป่าวล่ะ

ไม่ไปฉันไปก่อนนะ

เกตุชำเลืองไปทางผีเน่าโลงผุที่เธอแอบเรียกเล่น ๆ เวลาอยู่กัน 3 สาว ก่อนจะก้มไปกระซิบข้างหูนายต้นให้ได้ยินกันแค่ 2 คน

อยู่นานกว่านี้สงสัยตาเราต้องเป็นกุ้งยิงแน่ ๆ เลย

จ๋ารอเกตุด้วย

ยัยเกตุวิ่งตามยัยจ๋าไปติดๆ ต้นหันหน้ามันหาเวย์ก็เจอกับยัยอกคับซีที่สงสัยเสื้อเธอคงไม่แห้งถึงต้องยืม

เสื้อน้องมาใส่ ไม่งั้นอีกเหตุผล ก็คงจะซื้อเสื้อใหม่พอซักเสื้อเลยหดลง

เธอกำลังออดอ้อนออเซาะเพื่อนเวย์อยู่ ก็พอจะรู้ว่าทำไมเพื่อนสองคนถึงรีบไปห้องสมุด

ก่อนที่จะเลือดกำเดาไหลนายต้นเอ๋ยรีบไปดีกว่า

เฮ้ยไอ้เวย์ น้ำหวานเดี๋ยวเราไปช่วยยัยเกตุกับยัยจ๋าหารายงานก่อนนะ

ว่าแล้วผมก็โกยแนบออกจากตรงนั้นอีกรายโดยไม่ฟังเสียงไอ้เวย์เรียกไล่หลังมาติด ๆ

ช่วย ไม่ได้ว่ะเพื่อน อยู่ไปมีหวังเลือดกำเดาไหลขายหน้าเจ้าหล่อนแน่ ก็คุณเธอ

เล่นใส่เสื้อนักศึกษาซะรัดรูปกระโปรงก็ใส่โหลดเอวต่ำแถมสั้นผ่าไป ถึงไหนๆ

แล้วไอ้คนอย่างผมมันเรียนศิลปะมาตั้งแต่เด็กจินตนาการก็เลยสูงตามไปด้วยสิ

เห็นแค่นี้ก็คิดไปถึงไหนๆแล้ว ไม่ใช่แต่ผมหรอกแต่ผู้ชายร้อยทั้งร้อยมันก็คงคิดเหมือนกันหละครับท่าน

ตาม สไตล์ทั่วไปใส่ให้ดูก็ดูไม่เสียตังค์หนิ อิอิ ก็รู้ว่ามันเป็นสิทธิส่วนบุคคลแต่ถ้าผมมีแฟน

ผมก็คงไม่อยากให้แฟนผมแต่งตัวอย่างยัยน้ำหวานแน่นอน .........................

test

posted on 08 Dec 2007 14:24 by banana2
ทดลองจ้า

มีคนเขาบอกว่า..................

posted on 01 Dec 2007 09:06 by banana2

มีคนเขาบอกว่า................

เคล็ดลับการมีสุขภาพจิตที่ดี มีอยู่ข้อหนึ่ง.....

นั่นก็คือ

การเขียนไดอารี่

เขาบอกว่า ถ้าเราเขียนไดอารี่ถึงสิ่งดีๆ ทุกวัน 

จะช่วยให้เราเป็นคนอารมณ์ดี สุขภาพจิตแข็งแรง

( โฮะๆๆๆ แสดงว่า ที่ผ่านมาเราสุขภาพจิตมะค่อยดี เพราะเขียนมะออก)

 

ดังนั้นเรยคิดว่า จะพยายามเขียนให้ได้บ่อยๆ เท่าี่ที่จะทำได้

แต่ต้องเขียนแต่เรื่องดีๆ เท่านั้น.....................

 

ไปแระ ว่างๆ มาเขียนใหม่ 

 

ไดอารี่ (มั้ง)

posted on 28 Sep 2007 23:49 by banana2
หุหุ จริงๆ แล้วแวะมาเยี่ยมเยียนบล๊อกของตัวเองหลายครั้ง
มองแล้วมองอีก
อยากเขียนอะไรมากมาย
แต่ไม่รู้ทำไม......
อยากบอกว่า ขาดแรงบันดาลใจอย่างมาก

แต่ก่อนนี้ ยอมรับว่ามีแรงบันดาลใจเยอะมาก
ทำอะไรได้มากมายก่ายกอง
แต่เมื่อมันหายไป (ตั้งแต่ปีที่แล้ว)
ทุกอย่างมันก็ไม่กระเตื้องขึ้นเลย

หรือว่า เกิดจากความผิดหวัง ความอกหัก
การขาดความรัก การได้รัก

มันสร้างความอับเฉาได้ขนาดนี้เลยเหรอ
แล้วฉันจะไปหามันได้ที่ไหนล่ะนี่

จบข่าว (ไปหาแรงบันดาลใจที่หายไปต่อ)