จังหวะหัวใจ Love นายคนเดียว ตอนที่ 2
posted on 29 Dec 2008 15:18 by banana2นายปิศาจ ปรากฎตัวขึ้นมาแล้ว
กาย เอาน้ำเป็บซี่มายื่นให้ฉันที่โต๊ะอาหารที่ฉันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
หลังจากที่ น้องกายสุดหล่อยืนยันว่าจะขอเลี้ยงน้ำฉันสักแก้ว
ยิ่งมองใกล้ ๆ กายยิ่งเหมือนกี้แต่รู้สึกว่าเขาจะมีเสน่ห์ใช่ย่อย
สังเกตุดูรอบตัวหญิงแท้ ชายเทียมต่างมองเขาด้วยความสนใจ
แต่พอมองมายังที่ตัวฉันทำไมพวกมันต้องสายตา ประมาณว่า ไม่คู่ควร ดูถูก ดูหมิ่น เหยียบย่ำ
ทำไมฮ้า คนอย่างพัดชามันไม่มีอะไรน่ามองขนาดนั้นรึงัยไอ้พวกขี้อิจฉา เชอะ!
แล้ว พ่อน้องสุดหล่อก็ยื่นน้ำมาให้พร้อมกับรอยยิ้มบาดจิตบาดใจ
อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยร้อยทั้งร้อยผู้หญิงมีหนุ่มหล่อมาเอาใจ
แม้จะไม่ ได้คิดอะไรเป็นพิเศษก็อดยืดไม่ได้หรอกย่ะ 555
ฉัน ยื่นมือไปรับก่อนจะขอบใจที่เขามีน้ำใจที่เลี้ยงน้ำ
แค่แก้วละสิบบาท ทำไมต้องคิดมากมายเหมือนเป็นบุญคุณท่วมหัวด้วยหว่า
ยัยทรายเอ้ยติ้งต๊องใหญ่แล้วทำไมต้องทำหน้าเหมือนกิ้งก่าได้ทองซะขนาดนี้
ฉันเริ่มไม่เข้าใจตัวเองแล้วสิ แต่ก่อนที่จะบ้า (ผู้ชาย)
ไปมากกว่านี้เข้าเรื่องเลยดีกว่า
“ว่าแต่กายมีธุระอะไรกับพี่เหรอถึงต้องออกมาคุยที่นี่”
กายยิ้มสดใสดูคล้ายกับเขาขำอะไรอยู่ถ้าฉันเดาไม่ผิด ขำไรวะ?
“นี่พี่จำผมไม่ได้จริงๆ เหรอฮะพี่ทราย”
ฉันเงยหน้าขึ้นพยายามนึกแต่ก็นึกไม่ออกว่าฉันเคยไปรู้จักคนหน้าตาดีมีชาติ ตระกูลแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
นึกแล้วนึกอีก ฉันส่ายหัวปฏิเสธ
“จำไม่ได้อะน้องกาย”
“เฉลยเหอะพี่ขี้เกียจใช้สมอง(ที่ไม่ค่อยจะมีรอยหยัก) เยอะ นึกไม่ออกจริงๆ”
“พี่นี่ชอบทำอะไรน่ารักอยู่เรื่อยเลย”
อยู่ดีดีมาชมกันฉันเขินนะยะ ฉันเลยแกล้งก้มลงดูดน้ำในแก้วซะเลย
กายหัวเราะ ก่อนจะมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง
“พี่จำพี่กี้ได้หรือเปล่าอะ”
หยุดให้คิดนิดนึง
“ที่เป็นพาสเนอร์พี่สมัยมัธยมต้นงัย จำได้รึยัง?”
อย่า เข้าใจผิดนะคะทุกท่านพาสเนอร์ที่พูดถึงเนี่ยหมายถึงคู่เต้นไม่ใช่หมายถึงคู่ อย่างอื่น
แล้วนั่นแหละมันทำให้ฉันต้องขี่ไทม์แมกซีนย้อนกลับไปในอดีต
เหมือนคนแก่กำลังระลึกชาติเลยแฮะเรา แล้วภาพเก่า ๆ ก็ลอยเข้ามา
คุณคงไม่อยากเชื่อคนเห่ยๆอย่างฉันจะโดนท่านแม่พาเข้าเรียนลีลาศตั้งแต่เข้า ประถม
เพราะความอยากให้ลูกดูดีมีบุคลิกภาพอันโดดเด่น เป็นชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูล “เป็นเกียรติ” ของเรา
และฉันก็ทำได้ดีด้วยสิ หุหุ
นั่นทำให้ฉันต้องจับคู่กับนายกี้ที่เข้าไปฝึกพร้อมกัน เราฝึกซ้อมลีลาศกันตั้งแต่ประถมยันมัธยมต้น
การที่รู้จักและสนิทกันซ้อมเต้นกันทุกวันมันทำให้ฉันกับกี้เข้าขากันได้ดีใน เรื่องของการเต้นลีลาศ
ชะชะช่า รุมบ้า แธ้งค์โก้ วอลด์อันสง่างาม ไม่ว่าจังหวะไหนได้หมดจนทำให้เราทั้งคู่กวาดเหรียญการประกวด
ทั้งกีฬาโรงเรียน กีฬาระหว่างอำเภอ กีฬาจังหวัด และสูงสุดคือกีฬาเยาวชนแห่งชาติ
เราทั้งคู่เคยคิดว่าจะเต้นไปเรื่อย ๆ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ ระดับโลก (เว่อร์เข้าไปนั่น) จน กว่าจะเรียนจบ
แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันเมื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ เกิดขึ้นซะก่อน
เหตุการณ์วันนั้นมันทำให้ฉันหยุดประกวดเต้นลีลาศมาจนถึงเดี๋ยวนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนที่วันนี้ก็ไม่อาจลืมได้เลย
กี้ประสบอุบัติเหตุขณะนั้นเราอยู่มัธยมปี่ที่ 3
เขา ล้มหัวฟาดพื้นตอนชั่วโมงพลศึกษาที่โรงเรียนแต่ตอนนั้นมันไม่มีอาการ บ่งบอกว่าทุกอย่างจะเลวร้าย
เพราะเขาก็ลุกขึ้นมาได้อย่างปกติ ซึ่งเราสองคนก็ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงอะไรจึงไม่ได้บอกผู้ใหญ่
ใครจะไปรู้ว่าเหตุการณ์นั่นมันจะทำให้เขาเลือดคั่งในสมองอย่างรุนแรง
แล้วนายนั่นก็ทิ้งฉัน ทิ้งความฝันของเราทั้งคู่ไป โดยไม่มีวันหวนกลับมาอีกเลย
ฉันร้องไห้เสียใจอยู่ตั้งนานจะเรียกว่าช็อคก็คงใช่
แล้วพอเลยงานศพของกี้มาไม่นานฉันก็ประกาศตัวว่าจะไม่เต้นกีฬาลีลาศอีกแล้ว
ซึ่งท่านแม่ผู้แสนใจดีก็ไม่ว่าอะไร เพราะท่านคงเข้าใจกับการสูญเสียเพื่อนคนสำคัญไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
“นายมันขี้โกงที่ทิ้งฉันไว้นายกี้”
“อื้ม”
“นึกออกแล้ว นายที่แต่ก่อนเคยตามพวกเราไปที่สนามซ้อมบ่อย ๆ ใช่ไหม? ”
กายยิ้มออกเมื่อฉันเริ่มมั่นใจและจำเขาได้
“นี่ยิ่งนายยิ้มยิ่งเหมือนกี้เขานะเนี่ย”
ฉันรู้สึกสนิทกับเขาเพิ่มมากขึ้นเมื่อความจำเก่า ๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง
“ขอโทษ ผมคือผม ไม่ใช่ตัวแทนของใค”
ฉึก ฉันอดยิ้มโดยอัตโนมัติ เหมือนโดนตีแสกหน้า หน้าแหกเลยตู เจ้านี่ทำไมได้ทำหน้าตาเย็นชาได้ขนาดนี้
ฉันถึงได้สำนึกได้ว่าเขาไม่มีวันที่จะเหมือนกี้ที่แสนใจดีและมีรอยยิ้มให้ ฉันเสมอได้หรอก
คิดแล้วเสียอารมณ์
“เอาหล่ะว่ามานายมีอะไรให้พี่คนนี้ช่วย”
“เรื่องที่ผมให้พี่ช่วยมันไม่ยากหรอก”
ทำไมไอ้เด็กเวรนี่มันชอบหยุดใช้สายตามองมาแบบนี้นะ
“พี่ช่วยมาเป็นคู่เต้นให้ผมสักครั้งได้หรือเปล่าฮะพี่ทราย” พรวด!
น้ำเป๊บซี่ออกจมูกทันทีที่จบประโยคและส่วนหนึ่งอยู่บนหน้าน้องกาย
“ตายแน่ ๆ เลยตู มันจะฆ่าฉันทิ้งไหมนี่”
นายกายเช็ดหน้าที่มีแต่น้ำกระจายทั่วใบหน้า
“ผมยังไม่อยากล้างหน้านะฮะพี่สาว”
เขารีบยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ฉัน
“ขอบใจ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำนายเปื้อน”
แหะ ๆ ๆ
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่ก็ได้ชดใช้เองแหละ”
ฝันไปเหอะไอ้น้องเวร ฉัน เช็ดรอยซุ่มซ่ามที่ตัวเองทำไว้เมื่อครู่อดอายผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ที่สำลักน้ำ
ซะเต็มปอด ก่อนจะถอนใจออกมาเมื่อรู้คำตอบอยู่แก่ใจว่าสิ่งที่กายขอร้องมา
“กาย คือพี่บอกตามตรงพี่ไม่ได้แตะมันอีกเลยตั้งแต่ที่กี้จากไป”
ฉันทำท่าหดหู่ เศร้า หงอย ให้เขาเชื่อ ก็มันจริงนี่ฉันไม่ได้ประกวดอะไรเลยตั้งแต่กี้เสียไป
เอาอีกและมันมองอย่างนี้อีกและไม่ชอบเลย
“พี่โกหกอะ ผมเห็นพี่ไปที่โรงเรียนสอนเด็กให้ครูอ้อเป็นประจำ”
เฮ้ย! ไอ้เด็กนี่มันตามสะกดรอยฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ ใครอนุญาติมันเนี่ย
ถึงจะหน้าตาดีแต่ใจฉานไม่ได้ดีเหมือนหน้าตาด้วยนะโว้ยไอ้น้อง
“ผมแค่ไปหาครูอ้อ บังเอิญไปเจอพี่อ่ะเลยถามครูอ้อว่าพี่เป็นใคร? ครูเลยเล่าให้ฟัง
ผมเลยได้รู้ความจริงว่าพี่คือพี่สาวคนนั้นน่ะเอง ไม่ได้สะกดรอยตามซะหน่อย
“เฮ้ย ฉันไม่ได้พูดประโยคนั้นออกไปทำไมมันรู้ฟะว่าเราคิดยังไง
เจ้านี่นอกจากจะหล่อเฉียบแล้วยังอ่านใจคนออกอีก
อารมณ์เดือดเมื่อครู่เริ่มลดลงเมื่อหนุ่มน้อยบอกเหตุผลที่บังเอิญเจอฉัน
“เดือนหน้าจะคัดตัวแทนนักกีฬาลีลาศของมหาวิทยาลัยเรา”
จ้องตาอีกและจะพูดอะไรก็พูดดิ
“บังเอิญพาสเนอร์ผมเขาไปเรียนเมืองนอก ผมเลยไม่มีคู่พี่มาเป็นคู่ให้ผมหน่อยนะ”
แล้วนายนั่นก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ฉัน พลันสายตามันก็เปลี่ยนจากเมื่อครู่ไปลิบลับ
“ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่เคยให้สัญญาอะไรกับพี่กี้ไว้”
ซาตาน ชัด ๆ เลยนายนี่ จากหนุ่มน้อยหน้าใสทำไมกลายเป็นปิศาจ
พลันคำสัญญากับเพื่อนเลิฟก็ดังก้องขึ้นในโสตประสาทยังกับรู้ว่าควรจะดังตอนไหน
“ทราย สัญญากับเราได้หรือเปล่า”
เสียงแหบโหยของกี้ที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียงโรงพยาบาลดังมาอีกรอบ
“ว่าอะไรหล่ะกี้ ถ้าทำได้เราทำให้นายหมดแหละ”
ตอนนั้นฉันฝืนยิ้มกลั้นเสียงสะอื้นเต็มที่ทั้งที่น้ำตาเอ่อไหลท่วมทั้งสองตา
เพราะรู้ว่าไม่นานเพื่อนรักก็จะไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเล่นกันอีกแล้ว
“ถ้าต่อไปกายอยากให้เธอเต้นคู่กับเขา ทรายสัญญานะว่าจะเป็นคู่เต้นให้กับกาย นะ สัญญานะ”
แล้วที่จำได้ฉันก็หลับหูหลับตาสัญญาไปทั้งน้ำตาเพราะไม่ได้สนใจว่าวันหนึ่งจะมีใครมาทวงสัญญาบ้าบ้านี่นา
“พี่คงจำได้แล้วนะ”
น่านงัยเสียงนายกายโผล่มารับช่วงพอเหมาะพอเจาะกับที่ฉันระลึกชาติเสร็จ ฉันจึงลืมตาขึ้นมา
ไอ้หยา! สายตานายนี่มันทั้งคาดทั้งคั้น ทั้งบังคับเลยง่ะแล้วฉันจะทำยังไงดียัยทรายเอ๋ยโอยตายแน่ฉัน
ทำไงดีเนี่ย พ่อจ๋า แม่จ๋าช่วยลูกทรายด้วย ด้วย ด้วย ”-
“ “นี่นายขู่พี่เหรอ? ยังไงพี่ก็ไม่เต้นหรอก ขี้เกียจ”
เธอทำหน้าตาบ้องแบ๊วใส่ผมเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย”
น่ารักเป็นบ้าเลยแฮะ แต่ ยังหรอกยังไม่จบ ผมต้องทำให้เธอยอมรับข้อเสนอของผมให้ได้
ผมควักสมุดเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสะพายผม
ไม้ตายสุดท้ายขอยึดหัวใจเธอ
นั่นงัยตามคาดเธอถึงกับตะลึงอ้าปากค้างไปเลยทีเดียว
“เฮ้ย!นั่นมันไดอารี่สีชมพูของฉันที่หายไปเมื่อเดือนที่แล้วนี่! “มันไปอยู่กับนายได้ไง”
ตายละหว่าความลับระหว่างฉันที่มีต่อเวย์ นายกายก็รู้หมดน่ะสิ แง่ๆๆๆ เด็กรังแกผู้ใหญ่
ฉันรอจังหวะที่นายนั่นหลับหูหลับตาหัวเราะอย่างผู้ชนะ กระโดดยื้อเอาสมุดไดอารีของฉันจนได้
“555 “ได้คืนแล้ว ไดอารีของฉาน”
ฉันเอามากอดแนบอกอย่างดีใจ
“ไม่เป็นไรผมถ่ายเอกสารไว้แล้ว”
“ไอ้ความรู้สึกอึดอัดที่ฉันไม่สามารถบอกใครได้”
อ๊าย นั่นมันประโยคที่ฉันเขียนถึงเวย์นี่ นี่ไอ้เด็กบ้าแอบอ่านหมดเลยเหรอ
“ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจอ่านหรอกแต่พอดีเก็บได้ที่โรงเรียนครูอ้อ จะคืนเจ้าของแต่ไม่รู้ว่าของใครเลยเปิดดู
บังเอิญ จริงๆว่าเป็นของพี่”
นาย นี่มันปิศาจจริง ๆ ด้วย ไม่น่าเลยตรู
ฉันคอตกก้มลงมองไดอารีในมือหลักฐานสำคัญที่สามารถทำให้ฉันกับเวย์มองหน้ากัน ไม่ติด
เพราะถ้ากายอ่านมันเขาต้องรู้ว่าฉันกลัวที่เวย์จะรู้ความจริง
ความจริงที่ฉันแอบรักเพื่อนสนิทของตัวเอง
แล้วถ้าเขารู้ฉันไม่อยากจะคิด....ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นตามมา ฮือๆๆๆ!
“นี่นาย จะแบล็คเมล์ ฉันเหรอยะไอ้เด็กบ้า”
กายยักคิ้วรับ
“แต่ฉันเป็นเพื่อนพี่นายนะ”
“อืม แล้วงัย?”
“ทำได้ลงคอเหรอ?”
ฉันทำน้ำตาคลอเบ้าให้เขาสงสาร
ผลออกมาคือ ไอ้เจ้านั่นหันหลังให้ทิ้งคำสุดท้ายก่อนจะเดินจากไปอย่างผู้ชนะ
“พรุ่งนี้บ่าย 3 ที่โรงเรียนครูอ้อ”
“ผมเช็คตารางเรียนพี่แล้วว่างตลอดบ่าย”
“เบอร์พี่ผมจดไว้แล้ว”
“นายรู้ได้งัย? ฉันไม่เคยบอกนายนี่”
เขาหันกลับมาอดยิ้มไม่ได้กับไอ้คำถามซื่อบื้อที่พี่สาวถามมา
“เขียนยังกับพ่อแม่เขียนติดกระเป๋าเด็กอนุบาลหลงทางให้ส่งกลับบ้านซะขนาดนั้น
พี่โตแล้วนะ 21 ปีแล้วยังทำตัวเหมือนเด็กไปได้ ชิ
” จะว่าไรก็ว่าเหอะฉันไม่มีแรงโต้เถียงกับนายแล้ว นี่กี้นายจะรู้ไหมว่า น้องนาย มันโคตะระ
เจ้าเล่ห์เป็นบ้าเลย แง้
“ฉันจะฆ่านาย”
